ปราสาทฮิโรซากิ (Hirosaki Castle) ในวันที่อาโอโมริกลายเป็นสีชมพู

หากใครกำลังมองหาปราสาทญี่ปุ่นที่ "ของจริง" ไม่ใช่การสร้างขึ้นใหม่ด้วยคอนกรีต ต้องมาที่นี่เลย ปราสาทฮิโรซากิ ในจังหวัดอาโอโมริ เพราะนี่คือ 1 ใน 12 ปราสาทในญี่ปุ่นที่ยังคงรักษา "หอคอยปราสาทดั้งเดิม" (Original Keep) เอาไว้ได้ตั้งแต่สมัยเอโดะ
ปราสาทที่รอดจากคมดาบแต่พ่ายแก่สายฟ้า ปราสาทแห่งนี้สร้างเสร็จในปี 1611 โดยตระกูลซึงารุ (Tsugaru) ผู้ปกครองแคว้นฮิโรซากิ เดิมทีหอคอยปราสาทมีความสูงถึง 5 ชั้น แต่หลังจากสร้างเสร็จได้เพียง 16 ปี (ปี 1627) ปราสาทก็ถูก "ฟ้าผ่า" จนเกิดไฟไหม้และระเบิดเนื่องจากภายในมีการเก็บดินปืนไว้ หอคอย 5 ชั้นจึงพังทลายลง หอคอยที่เราเห็นในปัจจุบันถูกสร้างขึ้นใหม่ในปี 1810 แต่ลดขนาดลงเหลือเพียง 3 ชั้น เพื่อไม่ให้ขัดต่อกฎระเบียบของรัฐบาลโชกุนในสมัยนั้น
ปราสาทที่ "เคลื่อนที่ได้" (The Moving Castle) นี่คือความจริงระดับ Unseen ที่โด่งดังไปทั่วโลก เมื่อไม่กี่ปีมานี้ (ช่วงปี 2015) วิศวกรชาวญี่ปุ่นได้ทำการ "ย้ายตัวปราสาททั้งหลัง" ไปวางไว้ในจุดชั่วคราวห่างจากจุดเดิมประมาณ 70 เมตร
ทำไปทำไม? เพราะกำแพงหิน (Ishigaki) ด้านล่างเริ่มทรุดตัวและเสี่ยงต่อการพังทลายหากเกิดแผ่นดินไหว เขาจึงต้องย้ายตัวปราสาทออก เพื่อซ่อมแซมรากฐานกำแพงหินให้แข็งแรงก่อนจะย้ายกลับที่เดิม
วิธีการเขาใช้วิธีที่เรียกว่า "Hikiya" คือการยกปราสาททั้งหลังขึ้นและค่อยๆ เคลื่อนไปบนรางไม้ทีละนิด โดยไม่ถอดชิ้นส่วนปราสาทเลยแม้แต่ชิ้นเดียว เป็นงานวิศวกรรมที่ละเอียดอ่อนสุดๆ
ดินแดนแห่งซากุระ 2,600 ต้น สวนรอบปราสาทฮิโรซากิได้รับยกย่องว่าเป็น "จุดชมซากุระที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น"
Hanaikada (พรมกลีบดอกไม้) เมื่อถึงช่วงซากุระร่วง กลีบดอกนับล้านจะตกลงไปในคูน้ำรอบปราสาทจนกลายเป็น "แม่น้ำสีชมพู" ที่มองไม่เห็นผิวน้ำ และที่นี่มีต้นซากุระสายพันธุ์โซเมโยชิโนะ (Somei Yoshino) ที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น ปลูกมาตั้งแต่ปี 1882 และยังคงออกดอกสวยงามจนถึงทุกวันนี้
ตำนานและเรื่องเล่า "เทพพิทักษ์ทิศเหนือ" ตามความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยของญี่ปุ่น ปราสาทฮิโรซากิถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็น "ปราการด่านสุดท้ายทางทิศเหนือ" ของญี่ปุ่น มีตำนานเล่าขานถึงการวางผังเมืองที่เลียนแบบเกียวโต เพื่อดึงดูดพลังมงคล และการใช้ "ต้นสน" และ "หิน" ในสวนเพื่อสะเดาะเคราะห์ ชาวเมืองฮิโรซากิมีความผูกพันกับปราสาทนี้มาก จนมีประเพณีการแกะสลักโคมไฟหิมะ (Snow Lantern Festival) ในฤดูหนาว เพื่อเป็นการส่งไฟให้แก่ดวงวิญญาณของเหล่านักรบที่เคยปกป้องปราสาทแห่งนี้
การเดินทาง นั่งรถไฟมาลงที่สถานี JR Hirosaki แล้วต่อรถบัส "Dotemachi Loop Bus" มาลงที่หน้าสวนปราสาท


