"Sannai-Maruyama" ย้อนรอยอารยธรรม 5,000 ปี... เมื่ออาโอโมริเคยเป็นมหานครแห่งยุคหิน

ก่อนที่จะมีปราสาทหรือวัดวาอาราม จังหวัดอาโอโมริเคยเป็นที่ตั้งของชุมชนขนาดใหญ่ที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากว่า 5,900 ถึง 4,200 ปีก่อน (ยุคโจมอน - Jomon Period) แหล่งโบราณคดี ซันไน-มารุยามา (Sannai-Maruyama Site) คือข้อพิสูจน์ที่เปลี่ยนความเชื่อเดิมๆ ที่ว่าคนยุคหินต้องเร่ร่อนไปเรื่อยๆ
เดิมทีเราเชื่อกันว่าคนยุคโจมอนเป็นพรานล่าสัตว์ที่ย้ายที่อยู่ไปเรื่อยๆ แต่จากการขุดค้นที่นี่พบว่า ชุมชนถาวรมีการตั้งถิ่นฐานต่อเนื่องยาวนานกว่า 1,500 ปี ผังเมืองที่เป็นระบบมีการแบ่งโซนที่อยู่อาศัย โซนเก็บอาหาร หลุมศพ และพื้นที่สำหรับพิธีกรรมอย่างชัดเจน ประชากรคาดว่ามีคนอาศัยอยู่พร้อมกันถึง 500 คน ซึ่งถือว่าเป็น "เมืองหลวง" หรือชุมชนที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นยุคนั้นเลย
"หอคอยไม้ 6 เสา" ปริศนาแห่งวิศวกรรมยุคหิน ภาพจำของที่นี่คือ โครงสร้างไม้ขนาดใหญ่ยักษ์ (Large Wooden Monument) ที่สูงตระหง่าน นักโบราณคดีพบหลุมเสา 6 หลุมที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 2 เมตร และลึก 2 เมตร ภายในพบซาก ไม้มะลิน (Chestnut) ขนาดมหึมาที่ยังไม่เน่าเปื่อย เสาแต่ละต้นถูกวางเอียงเข้าหากันเล็กน้อยเพื่อรับน้ำหนัก และมีการใช้เทคนิคการวัดระยะที่แม่นยำมาก ทุกต้นห่างกัน 4.2 เมตรเป๊ะๆ ปัจจุบันยังเป็นปริศนา บ้างก็ว่าใช้เป็นหอสังเกตการณ์ ท่าเรือ หรือแม้แต่หอคอยประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
ขุมทรัพย์จากใต้ดิน ตุ๊กตาดินเผาและเครื่องประดับ จากการขุดค้น พบโบราณวัตถุจำนวนมหาศาลที่สะท้อนถึงชีวิตที่ "สุนทรี" เกินคาด ตุ๊กตาดินเผา (Dogu) หุ่นรูปทรงแปลกตาที่เชื่อว่าใช้ในพิธีกรรมปัดเป่าโรคภัยหรือขอให้คลอดลูกปลอดภัย เครื่องประดับจากหยก พบหยกที่มาจากจังหวัดนีงาตะ ซึ่งห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตร แสดงว่าคนยุคนั้นมีการ "ค้าขายทางไกล" กันแล้ว เครื่องใช้แลคเกอร์ (Urushi) พบหลักฐานการใช้ยางไม้ทาเครื่องเขิน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ซับซ้อนมากในยุคนั้น
ความเชื่อที่ว่าคนยุคหินรอกินแต่ของป่าถูกลบล้างที่นี่ พบหลักฐานว่าคนซันไน-มารุยามามีการ ปลูกต้นมะลิน (Chestnut) ไว้เป็นสวนป่าเพื่อเก็บถั่วมาเป็นอาหารหลัก รวมถึงมีการจัดการทรัพยากรน้ำและปลาในอ่าวอาโอโมริอย่างเป็นระบบ
การเดินทาง นั่งรถบัส "Nebutan-go" จากสถานี JR Shin-Aomori มาลงที่หน้าทางเข้าได้เลย ใกล้กับพิพิธภัณฑ์ศิลปะอาโอโมริมาก เดินถึงกันได้


